วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สิ่งแลกเปลี่ยน

         มันเริ่มมาจาก โทมัส,มันคือชื่อเรียกของรถไฟสีฟ้าตุ่นตัวหนึ่งที่กำลังเป็นที่โด่งดังของเด็กๆ  สำหรับผม มันเป็นแค่รถไฟพลาสติก(หรือบางทีก็ทำด้วยเหล็ก) สีฟ้า หน้าตาประหลาด แต่ไม่น่าเชื่อว่าสำหรับเด็ก 2 ขวบโดยเฉพาะหลานผมหรือคุ้น คุ้นเห็นมันคือพระเจ้า มันสามารถที่จะนั่งดูคลิปวีดีโอ ของเจ้ารถไฟนี้ได้ตลอดเวลาโดยไม่รู้เบื่อ จนผมเผลอไปเก็บนั่งฮำเพลงของมันได้ และสิ่งสำคัญของคุ้นอีกอย่างหนึ่ง อย่างนั้นคงเป็น ไอแพด เมื่อผมวางกระเป๋าลงทีไร มันก็จะย่องมาคุ้ยกระเป๋า เพื่อหาไอ้เจ้าไอแพดอันนั้น จนผมเคยสงสัยว่าคุ้นจะเห็นความสำคัญของอะไรมากกว่ากัน และวันหนึ่งผมก็ได้รับคำตอบเมื่อมันกำลังแย่ง ไอแพด กับพี่สาวของมันซึ่งอายุ 6 ขวบ ซึ่งมันสู้กำลังไม่ได้ มันก็ได้หยิบโทมัสซึ่งสำคัญดังพระเจ้าของมันขึ้นมาสองอัน และเอาไปแลกไอแพดจากพี่สาวของมัน พี่สาวของมันปัด โทมัส 2 อันกระจาย  ผมจึงลองให้โทมัสคุ้นเพิ่มอีกอันหนึ่งเพื่อลองไปแลกกับพี่สาว ซึ่งสาม 3 โทมัส ก็ยังสู้ไอแพดไม่ได้อยู่ดี วันนั้นคุ้นก็ได้บทเรียนว่าโทมัสที่สำคัญของคุ้น ไม่ได้สำคัญสำหรับพี่สาวแม้แต่นิดเดียวเลย

         มนุษย์เรามีความสามารถที่จะให้น้ำหนักความสำคัญกับสิ่งต่างๆรอบตัวเราได้ตั้งแต่เด็ก ตลอดจนถึงผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เราก็ให้ความสำคัญของสิ่งของไม่เท่ากัน และสิ่งสำคัญสำหรับคนๆหนึ่งก็ไม่จำเป็นว่าอีกคนหนึ่งจะเห็นความสำคัญของมันเสมอไป และสิ่งเหล่านั้นคงเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงชีวิตของคน

        สำหรับพี่สาวของคุ้น อาจจะให้ความสำคัญของ ตุ๊กตา JewelPet มากกว่าไอแพด แต่คุ้นก็ยังไม่มีวิวัฒนาการมากเพียงพอที่จะเข้าใจว่าต้องเอาอะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

        และเมื่อคุ้นโตขึ้น คุ้นอาจจะให้ลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ อาหาร, ความรัก , เงินตรา, รูปร่าง หรือสุขภาพ

        คนเราก็มักจะทึกทักเอาเองว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเอง คนอื่นก็ย่อมจะเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนอื่นเช่นกัน และใช้ตรรกะนี้นำมาใช้แลกเปลี่ยน เช่นนายจ้างอาจจะให้เงินมากขึ้นเพื่อให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด และจะไม่มีทางเข้าใจลูกจ้างที่ไม่ยอมรับเงินนั้นเพื่อแลกกับวันหยุดที่เขาจะได้รับ ผมเคยเห็นเถ้าแก่ร้านขายของร้านนึง ที่ดูถูกคนงานของเขาหรือคนประเภทที่เขาเรียกว่าหาเช้ากินค่ำ เพราะว่าชอบหยุดในวันหยุด โดยไม่สนใจกับเบี้ยเลี้ยงพิเศษที่จะได้รับ ผมคิดว่าจะว่าเถ้าแก่ร้านนั้นพูดถูก ก็ถูกของเขา  คนงานของเขาทำถูกก็ถูกของคนงานเหมือนกัน เพราะคนเราให้ความลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆไม่เท่ากัน

         ผมว่าปัจจุบันที่สังคมมีปัญหา ส่วนหนึ่งคือเพราะว่าคนต่างๆในสังคม มีหลายประเภท แต่ละคนก็ให้ลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆไม่เท่ากัน มีหลายคนที่คิดว่าลำดับความสำคัญของตัวเองถูกต้อง แล้วไปก้าวก่ายความคิดของคนอื่น หรือไปดูถูก หรือไปบังคับให้คนอื่นให้ลำดับความสำคัญเหมือนกับตน

         บางทีอาจจะต้องเอาบทเรียนของเด็ก 2 ขวบเป็นตัวอย่างบ้าง  ยังไงโลก ก็ไม่ใช่ของๆเราคนเดียว